“จำนวนลูกเกิดทั้งหมด (Total born)” อะไรบ้างที่ควรรู้เกี่ยวกับค่าดัชนีสุกรนี้
รวมมาให้แล้ว!! สิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับดัชนีสุกร Total born และการสร้างค่ามาตรฐานด้วยตนเองจากข้อมูลของฟาร์มคุณ
-
teenalytic
- Updated
- 12 min read
การมีดัชนีวัดผลการเลี้ยงนับว่าเป็นสิ่งสำคัญในการวัดผลการผลิตสุกร โดยดัชนีลูกสุกรแรกคลอดมีชีวิตเป็นดัชนีที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อดัชนีลูกสุกรหย่านมต่อครอก ซึ่งเป็นตัวบอกศักยภาพของการจัดการระบบสืบพันธุ์ในฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ แล้วดัชนีลูกสุกรเกิดทั้งหมดคืออะไร มีปัจจัยอะไรมาเกี่ยวข้อง มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร และคุณสามารถสร้างค่ามาตรฐานของฟาร์มได้อย่างไร? เมื่ออ่านบทความจบคุณจะไม่มีอะไรต้องสงสัยอีกเลย
จำนวนลูกสุกรเกิดทั้งหมด (Total born) คืออะไร?
จำนวนลูกสุกรเกิดทั้งหมด หรือ Total born คือ จำนวนลูกสุกรที่คลอดทั้งหมด จากขบวนการคลอดในแต่ละครั้ง โดยจะรวมทั้งลูกสุกรที่เกิดมามีชีวิต และลูกสุกรที่เกิดมาไม่มีชีวิต (Stillborn + Mummies) ซึ่งดัชนีนี้จะบอกคุณภาพของระบบสืบพันธุ์ (Reproductive performance) ภายในฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ได้โดยตรง นอกจากนี้แล้วดัชนีนี้ยังเป็นส่วนประกอบย่อยของดัชนีที่สำคัญอย่าง ลูกสุกรอย่านมต่อแม่ต่อปี หรือ PSY อีกด้วย
วิธีการคำนวณดัชนีจำนวนลูกเกิดทั้งหมด (Total born)
คำนวณโดยอิงข้อมูลภายในครอก
จำนวนลูกเกิดทั้งหมดต่อครอก (Total born หรือ TB) = จำนวนลูกสุกรแรกคลอดมีชีวิต (Born alive) + จำนวนลูกตายแรกคลอด (Stillbirth) + จำนวนลูกมัมมี่ (Mummy)
*ได้เป็นตัวเลขเป็นรายครอกเพื่อนำไปคำนวณต่อ
คำนวณโดยอิงข้อมูลของฝูงตามช่วงเวลา
เฉลี่ยจำนวนลูกเกิดทั้งหมดต่อครอก (Average total born) = [จำนวนลูกสุกรแรกคลอดมีชีวิตทั้งฝูง (Born alive) + จำนวนลูกตายแรกคลอดทั้งฝูง (Stillbirth) + จำนวนลูกมัมมี่ทั้งฝูง (Mummy) ]÷ จำนวนครั้งแม่คลอด (Farrowing sow)
*ได้เป็นค่าเฉลี่ยในช่วงเวลาที่กำหนด เช่น รายเดือน รายปี เป็นต้น และการแจกแจกค่า Total born ตาม parity ของแม่ ช่วยให้คุณสามารถดู trend ผลผลิตของฟาร์มได้
ตัวอย่างการคำนวณจำนวนลูกเกิดทั้งหมด (Total born)
ตัวอย่างที่ 1: กรณีทราบข้อมูลแม่สุกร หมายเลข 1 ดังนี้ จำนวนลูกเกิดมีชีวิต (Born alive) = 14, จำนวนลูกตายแรกคลอด (Stillbirth) = 2, จำนวนลูกมัมมี่ (Mummy) = 1 ต้องการหาจำนวนลูกเกิดทั้งหมด
วิธีการคำนวณ
Total born = Born alive + Stillbirth + Mummy = 14 + 2 + 1 = 17
สรุปตัวอย่างที่ 1
ลูกสุกรเกิดทั้งหมดของแม่ หมายเลข 1 = 17 ตัว
ตัวอย่างที่ 2: กรณีทราบ ค่าเฉลี่ยจำนวนลูกเกิดมีชีวิต (Total born) = 14.5, เฉลี่ยจำนวนลูกตายแรกคลอด (Stillbirth) = 0.75, จำนวนลูกมัมมี่ (Mummy) = 0.2 ต้องการหาค่าเฉลี่ยลูกเกิดทั้งหมด
วิธีการคำนวณ
Average Total born = Average born alive + Average stillbirth + Average mummy = 14.5 + 0.75 + 0.5 = 15.75
สรุปตัวอย่างที่ 2
เฉลี่ยลูกเกิดทั้งหมด ของฟาร์มคือ 15.75 ตัวต่อครอก
ตัวอย่างที่ 3: กรณีทราบ ข้อมูลผลการเลี้ยงฟาร์ม 1,000 แม่ใน 1 เดือน คือ จำนวนแม่คลอด 44 ตัว, จำนวนลูกเกิดมีชีวิต (Born alive) = 575, จำนวนลูกตายแรกคลอด (Stillbirth) = 20, จำนวนลูกมัมมี่ (Mummy) = 7 ต้องการหาค่าเฉลี่ยลูกเกิดทั้งหมด
วิธีการคำนวณ
Total born = (Born alive + Stillbirth + Mummy) ÷ #farrowing sow = (575+20+7) ÷ 44 = 13.7
สรุปตัวอย่างที่ 3
เฉลี่ยลูกเกิดทั้งหมด ของฟาร์มคือ 13.7 ตัวต่อครอก
ข้อดี และข้อเสียของดัชนีจำนวนลูกเกิดทั้งหมด (Total born)
สิ่งที่ห้ามลืมคือ คุณควรเข้าใจทั้งข้อดี และข้อจำกัดของดัชนีนี้ เพื่อที่จะได้นำไปพิจารณาร่วมกับดัชนีอื่นได้ดียิ่งขึ้น
ข้อดีของดัชนีจำนวนลูกเกิดทั้งหมด
ช่วยคาดการณ์ผลผลิตของฟาร์มได้ล่วงหน้า
การมี TB สูง โดยเฉพาะจากหมูสาว ก็จะมีความสัมพันธ์กับค่า TB ที่สูงขึ้นจากเดิมในครอกถัดๆไป
ช่วยประเมินศักยภาพของสายพันธุ์
TB มักเป็นดัชหลักที่บอกถึงคุณภาพของแม่พันธุ์ โดยจะสะท้อนถึงปริมาณการตกไข่ (Ovulation), การอยู่รอดของตัวอ่อน (Embryo survival)
เป็นตัวเปรียบเทียบประสิทธิภาพการเลี้ยงที่ใช้อ้างอิง
TB ถือว่าเป็นดัชนีพื้นฐานที่ทั่วโลกยอมรับ ทำให้ง่ายต่อการเปรียบเทียบผลการเลี้ยงของฟาร์มในอดีต หรือกับฟาร์มอื่นๆ
เป็นตัวเชื่อมโยงกับดัชนีอื่นๆ
TB มีความเชื่อมโยงกับ PSY, PWL,ฺBA และ Reproductive index อื่น ทำให้มองเห็นภาพรวมของฟาร์มได้อย่างชัดเจน
ข้อจำกัดของดัชนีจำนวนลูกเกิดทั้งหมด
บอกแค่จำนวนลูกเกิดทั้งหมด
TB ไม่ได้แยกว่าลูกสุกรที่เกิดมีชีวิต หรือไม่มีชีวิต ทำให้ต้องดูประกอบกับดัชนีอื่นๆ เช่น จำนวนลูกเกิดมีชีวิต, อัตราตายแรกคลอด, มัมมี่ เป็นต้น
ไม่สะท้อนถึงอัตรารอดของลูกหมูหย่านม
TB ที่สูง ไม่ได้บอกว่าจะได้ลูกหมูหย่านมสูงตามเสมอไป ต้องพิจารณาร่วมดัชนีจำนวนลูกเกิดมีชีวิต และอัตราการตายก่อนหย่านม
ข้อควรระวังในการเปรียบเทียบ
การใช้ TB ในการเปรียบเทียบ ต้องพิจารจาก Parity เฉลี่ยของฝูงด้วย เพราะถ้า Parity ที่ต่ำมาก ตามธรรมชาติจะได้ TB ที่น้อยกว่า Parity ที่สูง ทำให้ฟาร์มมีโอกาสประเมินผลผลิตผิดได้ หากไม่ดู Parity ของฝูง
การเปลี่ยนแปลงช้า
หากต้องการแก้ไขค่า TB จำเป็นจะต้องใช้เวลานานเป็นระดับปี เพื่อทำการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์
ปัจจัยที่ส่งผลต่อดัชนีจำนวนลูกเกิดทั้งหมด (Total born)
ปัจจัยอะไรบ้างที่คุณต้องพิจารณา เนื่องจากส่งผลกระทบต่อดัชนีโดยตรง
พันธุกรรม และสายพันธุ์
สายแม่พันธุ์ (Maternal line)
อิทธิพลของสายแม่พันธุ์ส่งผลมากต่อ Total born การที่แม่สายพันธุ์ลูกดกทำให้ Total born สูงขึ้น แต่ก็เสี่ยงลูกตายแรกคลอดสูงขึ้น และน้ำหนักแรกคลอดน้อยลง
Parity
แม่สุกร Parity แรกมักให้ลูกจำนวนน้อย โดยจะเริ่มได้ลูกจำนวนมากขึ้นที่ parity 2 เป็นต้นไป และจะลดลงอีกครั้งใน parity ท้ายๆ
การจัดการ
อายุ และน้ำหนักเมื่อผสมครั้งแรก
ถ้าเทียบการผสมหมูสาวตั้งแต่การเป็นสัดในครั้งแรก กับผสมในการเป็นสัดครั้งที่ 2 เป็นต้นไป พบว่าจำนวนลูกที่ได้จะมากกว่าในการผสมครั้งที่ 2 เป็นต้นไป ซึ่งอายุจะอยู่ที่ 7-8 เดือน และโดยทั่วไปน้ำหนักควรจะมากกว่า 120 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับมาตรฐานแต่ละสายพันธุ์
การจัดการหมูสาวหลังอย่านม
การให้กินอาหารในปริมาณมากหลังหย่านม (Flushing) เมื่อเป็นสัดครั้งถัดไปจะช่วยให้เพิ่มปริมาณไข่ตกได้มากขึ้น ทำให้ Total born เพิ่มขึ้นตามเช่นกัน
สภาพแวดล้อมในโรงเรือน
อุณหภูมิ ความชื้น และความเร็วลมที่เหมาะสมกับแม่สุกรในแต่ละช่วง มีผลต่อ Total born เช่นกัน ตัวอย่างเช่น อุณหภูมืที่เหมาะสมในแม่สุกรหลังหย่านม ทำให้การกินปกติหรือมากกว่าเดิม ส่งผลให้มีการสร้างตัวอ่อน (Embryo) เพิ่มมากขึ้นสำหรับการตกไข่ครั้งต่อไป
การเก็บข้อมูลที่แม่นยำ
การเก็บข้อมูลผิด หรือไม่ครบ ในตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับ Total born เช่น born alive, stillborn, mummies จะทำให้คำนวณ TB ผิด และแปลผลผิดพลาดได้
มาตรฐานแตกต่างกัน
บางฟาร์มมีความเข้าใจเกี่ยวกับดัชนี หรือ มีcriteria เกี่ยวกับค่า Total born ที่แตกต่างกัน ทำให้ต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อนนำไปใช้งาน
อัตราการเข้าคลอด (Farrowing rate)
Total born มักมีความสัมพันธ์ (Correlation) กับอัตราเข้าคลอดที่สูง พูดอย่างง่ายคือ คลอดเยอะก็เกิดเยอะนั้นเอง
อาหาร
โปรแกรมอาหาร
การวางโปรแกรมอาหารที่จำเป็นต่อสุกรสาว และสุกรนางในแต่ละระยะ มีความจำพิจารณาให้เหมาะสม เพราะเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลสูงต่อจำนวนไข่ตก การเจริญเติบโตของตัวอ่อน และความสมบูรณ์พันธ์ุ
สุขภาพ
โรคระบาด
การเป็นโรคอะไรก็ตาม ทั้งในรูปแบบแสดงอาการ และไม่แสดงอาการ มีโอกาสสูงที่จะทำให้ Total born ลดลงได้ โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์
เสริมความพร้อมของระบบสืบพันธุ์
การเสริม แร่ธาตุหรือวิตามินบางชนิดให้แม่สุกร สามารถช่วยเรื่องระบบสืบพันธุ์แล้วทำให้ Total born เพิ่มขึ้นได้ เช่น Vitamin ADE เป็นต้น
ตัวอย่างในการกำหนดค่าลูกสุกรแรกคลอดมีชีวิตจากข้อมูลภายในฟาร์ม
การกำหนดค่ามาตรฐานดัชนีที่เป็นของฟาร์มคุณโดยเฉพาะ ค่าที่ได้จะเป็นช่วง (Range) ของค่ามาตรฐาน ช่วยให้ฟาร์มติดตามค่าดัชนีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งต่างจากรูปแบบดั่งเดิมที่เป็นค่าๆเดียว (Estimate point)
ตัวอย่างฟาร์มสุกร A ซึ่งมีขนาด 2,000 แม่ เลี้ยงสุกรมาแล้ว 3 ปี ที่ผ่านมาไม่ค่อยมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเลี้ยง ระหว่างการเลี้ยงฟาร์มทำการเก็บข้อมูลดัชนีค่าเฉลี่ยลูกสุกรเกิดทั้งหมดต่อครอก (TB) แล้วรายงานผลเป็นรายเดือน โดยเราสามารถหา range ของค่าดัชนีนี้ด้วยขั้นตอนดังนี้ (ตามรูป)
1. กำหนดเป้าหมายดัชนีที่ต้องการเก็บข้อมูล (Setting and observing data)
เป้าหมายฟาร์ม คือต้องการตอบคำถามว่า ค่าปกติของ เฉลี่ย Total born ภายในฟาร์ม A แต่ละเดือนโดยเฉลี่ยควรจะมีค่าเท่าไร? ข้อมูลที่ฟาร์มเก็บบันทึกในแต่ละเดือนจะเป็นข้อมูลจำนวนแม่เข้าคลอดจริง, จำนวนลูกเกิดทั้งหมดที่มีชีวิต, จำนวนลูกเกิดทั้งหมดที่ไม่มีชีวิต หลังจากนั้นนำไปคำนวณเพื่อให้ได้ค่าเฉลี่ยของ Total born
2. เก็บข้อมูลค่า TB (Collect data)
บันทึกค่า TB ทุกเดือน เพื่อนำไปวิเคราะห์โดยข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์ในขั้นตอนต่อไป โดยตัวอย่างข้อมูล 3 ปีที่เก็บมีค่าดังนี้
| Year_month | TB |
|---|---|
| 2022-01 | 15.7 |
| 2022-02 | 16.2 |
| 2022-03 | 14.9 |
| 2022-04 | 17.3 |
| 2022-05 | 15.1 |
| 2022-06 | 16.8 |
| 2022-07 | 14.4 |
| 2022-08 | 17.9 |
| 2022-09 | 15.6 |
| 2022-10 | 16 |
| 2022-11 | 14.2 |
| 2022-12 | 17.5 |
| 2023-01 | 13.4 |
| 2023-02 | 16.6 |
| 2023-03 | 14.7 |
| 2023-04 | 17.1 |
| 2023-05 | 15.9 |
| 2023-06 | 16.4 |
| 2023-07 | 14.1 |
| 2023-08 | 17.7 |
| 2023-09 | 15 |
| 2023-10 | 16.9 |
| 2023-11 | 14.6 |
| 2023-12 | 17.2 |
| 2024-01 | 15.8 |
| 2024-02 | 16.1 |
| 2024-03 | 14.3 |
| 2024-04 | 17.6 |
| 2024-05 | 15.4 |
| 2024-07 | 16.8 |
| 2024-08 | 17.5 |
| 2024-09 | 18.1 |
| 2024-10 | 14.5 |
| 2024-11 | 16.8 |
| 2024-12 | 17 |
3.วิเคราะห์ข้อมูลค่า TB (Analyzing data)
ขั้นตอนนี้สามารถใช้โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลใด ขึ้นกับความเหมาะสมของชนิดข้อมูล และความถนัดของคุณ เราจะยกตัวอย่างในการใช้ Excel/Google sheet ในการวิเคราะห์เพื่อให้คุณสามารถทำตามได้ง่ายๆ โดยใช้ Add-ins: Analysis ToolPak
3.1 หาข้อมูลที่มีค่ามากกว่า หรือน้อยกว่าปกติ (Outlier)
นำข้อมูลมาสร้าง Box plot จะพบค่าที่เป็น outlier 1 ค่า ในตัวอย่างนี้จะนำค่าสูงผิดปกติออกจากการคำนวณมาตรฐานดัชนีฟาร์ม เพราะเฉลี่ย TB ที่ 24.2 ดูมากเกินไปในความเป็นจริง และแนะนำให้ทำการตรวจสอบหาสาเหตุว่าปัจจัยใดบ้างที่ทำให้เกิดค่าผิดปกตินี้ เช่น บันทึกผิด คำนวณผิด เป็นต้น
3.2 ดูการกระจายตัวของข้อมูล (Distribution)
กราฟ Histogram ทำให้มั่นใจได้ว่าค่ามาตรฐานที่คุณจะคำนวณในขั้นตอนต่อไป จะมีค่าใกล้เคียงกับสิ่งที่เกิดภายในฟาร์มในภาวะปกติ หลังจากนำข้อมูล Outlier ออกจากการคำนวณไปแล้ว พบว่าการกระจายตัวของข้อมูลเป็น normal distribution (p-value = 0.22; Shapiro-wilk test)
3.3 Descriptive statistics
| Stat ของชุดข้อมูล | Value |
|---|---|
| N | 35 |
| Mean | 16.0 |
| Median | 16.1 |
| Mode | 16.8 |
| Standard Deviation | 1.3 |
| Standard Error | 0.2 |
| Confidence Level(95.0%) | 0.44 |
| Sample Variance | 1.6 |
| Range | 4.7 |
| Minimum | 13.4 |
| Maximum | 18.1 |
| Sum | 561.1 |
Descriptive statistics นับว่าเป็นมีประโยชน์มากเพราะทำให้เห็นถึงภาพรวมตัวเลขของข้อมูล ที่จะนำไปคำนวณช่วงค่ามาตรฐานของ TB ต่อไป
4.กำหนดเป้ามาตรฐานดัชนี TB (Establishing new target)
ตามหลักของ Central Limit Theorem (CLT) จะหาช่วงของค่าดัชนี TB จากค่า Mean ± Margin of error หรือถ้าเอาง่ายๆกว่านั้น คือเอาค่า Mean ± Confidence Level 95.0% ซึ่งข้อมูลนี้ได้จาก descriptive statistics ซึ่งจะได้เท่ากับ
16 ± 0.44 หรือ TB จะมีค่าระหว่าง 15.56 – 16.44
หมายความว่าฟาร์ม A ควรตั้งมาตรฐานของค่าดัชนี TB เฉลี่ยไว้ที่ 15.56 – 16.44 โดยที่มีความเชื่อมั่นที่ 95%
5.ติดตามค่าดัชนี TB อย่างต่อเนื่อง (Ongoing monitoring)
ปกติถ้าฟาร์ม A ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยในการเลี้ยงสุกร ได้แก่ ขบวนการเลี้ยง, ผลิตภัณฑ์ และปัจจัยภายนอกอื่นๆ ก็ควรได้ค่าเฉลี่ย TB ตามช่วงที่กำหนดไว้ แต่เมื่อไรก็ตามที่ได้ค่าต่ำ หรือสูงกว่ามาตรฐานที่กำหนด นั่นคือ TB<15.56 หรือ >16.44 ตามลำดับ ให้ทำการตรวจสอบย้อนหลังว่าเกิดอะไรขึ้นในขบวนการที่เกี่ยวข้องกับค่า TB เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจในขั้นตอนต่อไป
6.ตรวจหาปัจจัยที่ทำให้ TB เปลี่ยนแปลง (Identifying changing factor)
สิ่งที่ยากที่สุดในขั้นตอนนี้ คือคุณต้องเก็บข้อมูลย้อนหลังอย่างต่อเนื่อง โดยให้ข้อมูลเหล่านั้นครอบคลุมสาเหตุที่อาจส่งผลต่อค่าเฉลี่ยของดัชนี TB เมื่อพบความผิดปกติ ให้คุณทำการตรวจสอบทันที ว่ามีแนวโน้มมาจากอะไรเป็นหลัก ขบวนการนี้ทำให้เราเพิ่มโอกาสเลือกปัจจัยที่ส่งผลต่อ TB ได้อย่างถูกต้อง เพื่อนำไปทดสอบยืนยันในขั้นตอนต่อไป
7.ทดสอบสมมติฐาน (Hypothesis testing)
นำปัจจัยที่สงสัยมาทดสอบว่าแท้จริงแล้วมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงค่า TB หรือไม่ โดยการทำ Inferential statistics เพื่อหาว่าปัจจัยนั้นส่งผล (Causation) หรือมีความสัมพันธ์ (Correlation) กับค่า TB มากแค่ไหน เพื่อที่จะได้นำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจในการวางแผนปรับปรุงฟาร์ม A ในระยะยาว
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับดัชนีจำนวนลูกเกิดทั้งหมด (Total born)
จำนวนลูกเกิดทั้งหมด แตกต่างจากจำนวนลูกเกิดมีชีวิต (Born alive) อย่างไร?
จำนวนลูกเกิดมีชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของจำนวนลูกเกิดทั้งหมด เพราะจำนวนลูกเกิดทั้งหมดเกิดจากผลรวมของลูกสุกรเกิดมีชีวิต และลูกสุกรเกิดไม่มีชีวิต
ลูกมัมมี่และลูกตายแรกคลอดรวมอยู่ใน Total born หรือไม่?
ลูกมัมมี่และลูกตายแรกคลอด ทั้งคู่นับว่าเป็นลูกสุกรเกิดไม่มีชีวิตทำให้นับรวมอยู่ใน Total born ด้วย
จำนวนลูกเกิดทั้งหมดที่ดีควรมีค่าเท่าไหร่ต่อครอก?
ตามมาตรฐานทั่วไป Total born ควรอยู่ที่12-16 ตัวต่อครอก แต่ปัจจุบันในไทยมีการจัดการที่ดีขึ้น มีการเลี้ยงแม่สุกรสายพันธุ์ลูกดกมากขึ้น ก็สามารถได้ค่ามากกว่านี้ จึงแนะนำให้สร้างค่ามาตรฐานของฟาร์มเองเพื่อใช้ในการประเมินผลการเลี้ยง
จำนวนลูกเกิดทั้งหมดมีผลต่อการผลิตและสุขภาพลูกสุกรอย่างไร?
Total born ไม่ได้บอกโดยตรงต่อว่าสุขภาพลูกสุกรที่มีชีวิตจะเป็นอย่างไร แต่การที่ Total born สูงมากก็มักมีความเสี่ยงที่ลูกสุกรน้ำหนักเฉลี่ยต่ำได้ หรือพบลูกหมูน้ำหนักแรกคลอดแตกต่างกัน(แตกไซต์) ซึ่งทำให้มีผลต่ออัตราการตายที่สูง และยากต่อการจัดการในการเลี้ยงในระยะขุนได้ จึงต้องพิจารณาดัชนี TB ร่วมกับดัชนีอื่นๆให้เหมาะสมด้วย
Related Posts

