ดัชนีชี้วัด (Performance index) ในการเลี้ยงสุกรมีค่าอะไรบ้าง

ดัชนีชี้วัดอะไรบ้างที่สำคัญในขบวนการผลิตสุกร แต่ละค่าคืออะไร และค่ามาตรฐานทั่วไปมีอะไรบ้าง

ดัชนีชี้วัดอะไรบ้างที่สำคัญในขบวนการผลิตสุกร แต่ละค่าคืออะไร และค่ามาตรฐานทั่วไปมีอะไรบ้าง
เลือกเนื้อหาที่ต้องการอ่าน

ความสำคัญของดัชนีชี้วัด (Performance index) ในการผลิตสุกร

ดัชนีชี้วัดในการผลิตสุกร จะเป็นค่าที่บอกว่าประสิทธิภาพการผลิตสุกรภายในฟาร์มเป็นอย่างไร โดยจะมีเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไปตาม KPI ที่ถูกตั้งไว้ในแต่ละฟาร์ม นอกจากนี้ดัชนีแต่ละตัวก็จะมีความหมายที่จำเพาะแตกต่างกันออกไป แต่อย่างไรก็ตามประโยชน์ของดัชนีทั้งหมดสามารถแบ่งเป็น

  1. เพื่อช่วยวัดประสิทธิภาพการผลิตสุกรภายในฟาร์ม
  2. เพื่อช่วยวัดประสิทธิภาพการผลิตสุกรเปรียบเทียบกับฟาร์มภายนอก

การกำหนดดัชนีชี้วัดให้เหมาะสมกับแต่ละฟาร์ม (Precision performance index)

การใช้ข้อมูลย้อนหลังของแต่ละฟาร์มในการกำหนดดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพ ช่วยให้ฟาร์มสามารถสร้างมาตรฐานเฉพาะตัว (Precision performance index) โดยไม่ต้องอ้างอิงค่ากลางจากแหล่งอื่นมากเกินไป ส่งผลให้การวิเคราะห์ และประเมินผลแม่นยำยิ่งขึ้น เหมาะกับการปรับปรุงกระบวนการเลี้ยงสุกรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ข้อดีของแนวทางนี้คือ ฟาร์มสามารถกำหนดค่ามาตรฐานดัชนีที่สำคัญ เช่น น้ำหนักเฉลี่ยลูกสุกรแรกคลอด อัตราการผสมติด หรือผลผลิตหมูขุน ได้ตรงกับสถานการณ์จริงของแต่ละฟาร์ม การตั้งค่ามาตรฐานตามข้อมูลของฟาร์มเอง จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์ วางแผน และยกระดับประสิทธิภาพการเลี้ยงสุกรได้ในระยะยาว

ตัวอย่างตัวชี้วัดที่ใช้ประเมินประสิทธิภาพเล้าคลอด

แม่หมูอยู่ในซองคลอดกำลังให้นมลูก

ดัชนี (Performance index) และค่ามาตรฐาน ที่มักพบในการประเมินเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพเล้าคลอด (Benchmarking) ของฟาร์มสุกร นอกจากนี้มีตัวช่วยคำนวณวันคลอดแม่สุกร

ตัวชี้วัดความหมาย

ค่าเฉลี่ยมาตรฐาน*

Pig weaned/Sow/Year (PSY)จำนวนลูกหมูหย่านมต่อแม่สุกรต่อปี>= 24
% Culling rate% แม่สุกรคัดทิ้ง35 - 40 %
% Replacement rate% แม่สุกรทดแทน35 - 40 %
Pig weaned/litterจำนวนลูกหย่านมต่อครอก11 - 12 ตัว
Litter/Sow/Year (LSY)จำนวนครอกต่อแม่สุกรต่อปี2.2 - 2.4 ครอก/ปี
% Farrowing rate% อัตราเข้าคลอด82 - 86%
Total born (TB)จำนวนลูกแรกคลอด12 - 16 ตัว
Born alive (BA)จำนวนลูกเกิดมีชีวิต11 - 14 ตัว
Stillbirth (SB)จำนวนลูกตายแรกคลอด6 - 8%
Mummies (MM)จำนวนลูกมัมมี่1 - 2 %
Preweaning mortality (PWM)จำนวนลูกหมูตายก่อนหย่านม< 10-14%
Wean-to-service interval (WSI)จำนวนวันหลังจากแม่สุกรหย่านมลูก ถึงวันที่ได้รับการผสมครั้งแรก7 วัน
% Return to service% การกลับสัดหลังผสม7 - 10%
% Abortion% แม่แท้งลูก1 - 3%
% Sow dead% แม่หมูตาย< 5 %
% Not-in-pig (NIP)% ท้องลม1 - 2 %
Age at weaningอายุลูกสุกรวันอย่านม21 - 28 วัน
Birth weightน้ำหนักลูกสุกรแรกเกิด1.4 - 1.6 kg

*ค่ามาตรฐานของแต่ละที่มีความแตกต่างกันได้บ้าง

ตัวอย่างตัวชี้วัดที่ใช้ประเมินประสิทธิภาพเล้าผสม

แม่หมูอยูในเล้าผสม กำลังยืนรอกินอาหาร

ดัชนีและค่ามาตรฐาน ที่มักพบในการประเมินเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเล้าผสมของในฟาร์มสุกร

ตัวชี้วัด ความหมาย ค่าเฉลี่ยมาตรฐาน
% Weaned sows bred by 7 days % แม่หมูเข้าผสมภายใน 7 วัน หลังหย่านม 86 - 90 %
% Multiple matings % ผสมมากกว่า 1 ครั้งต่อการเป็นสัด 90 - 94 %
% Return to service % การกลับสัดหลังผสม 7 - 10 %
% Regular returns to service 18–24 days % ผสมซ้ำ ปกติของรอบการเป็นสัด 5 - 7 %
% Irregular returns to service 25–37 days % ผสมซ้ำ ผิดปกติของรอบการเป็นสัด 2 - 3 %
Gestation length ระยะเวลาอุ้มท้องเฉลี่ย 114 - 115 วัน
% Replacement rate % ทดแทนแม่สุกร 30 - 45 %
% Culling rate % คัดทิ้งแม่สุกร 30 - 45 %
Non production day (NPD) วันที่แม่สุกรไม่ให้ผลผลิต 42-50 วัน
Arrival to successful service interval (ASSI) ช่วงเวลานำเข้าหมูสาวถึงผสม >30 - 60 วัน
Weaning to successful service interval (WSSI) ช่วงเวลาแม่สุกรหย่านมถึงผสม 5 - 10 วัน
Last weaning to culling interval (LWCI) ช่วงเวลาแม่สุกรหย่านมครั้งสุดท้ายถึงคัดทิ้ง NA

*ค่ามาตรฐานของแต่ละที่มีความแตกต่างกันได้บ้าง

ตัวอย่างตัวชี้วัดที่ใช้ประเมินประสิทธิภาพหมูขุน

ลูกหมูอนุบาลกำลังทำกิจกรรมต่างๆในคอกของตัวเอง

ดัชนีและค่ามาตรฐาน ที่มักพบในการประเมินเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของสุกรขุน เลขดัชนีขึ้นอยู่กับรูปแบบการเลี้ยงของแต่ละฟาร์ม ซึ่งจะทำให้ค่าของดัชนีแตกต่างกันไปตามแต่ละช่วงเวลาและสายพันธุ์ได้

  • ค่าที่ reference ใช่เป็นแค่ตัวเทียบเท่านั้นเพราะสภาพการเลี้ยงในประเทศไทยก็จะมีความแตกต่างกันในหลายๆปัจจัย

Nursery pig (7 – 35 kg)

ตัวชี้วัด ความหมายค่าเฉลี่ยมาตรฐาน
% Mortality % การตายสุกรอนุบาล 4 %
Feed conversion ratio (FCR) อัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นน้ำหนักตัว 1 kg 1.91
Average daily gain (ADG) อัตราการเติบโตเฉลี่ย 470 กรัม/วัน
Average weight at start น้ำหนักเฉลี่ยตอนเริ่มเลี้ยง 7.79 กก./ตัว
Weight of pig produced น้ำหนักเฉลี่ยที่นำไปเล้าขุน 37.46 กก./ตัว
Feeding days per pig เฉลี่ยวันเลี้ยง 65 วัน

*ค่ามาตรฐานของแต่ละที่มีความแตกต่างกันได้บ้าง

Finishing pig (35 – 110 kg)

ตัวชี้วัด ความหมาย ค่าเฉลี่ยมาตรฐาน
% Mortality % การตายสุกรอนุบาล 4 %
Feed conversion ratio (FCR) อัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นน้ำหนักตัว 1 kg 2.47
Average daily gain (ADG) อัตราการเติบโตเฉลี่ย 885 กรัม/วัน
Average weight at start น้ำหนักเฉลี่ยตอนเริ่มเลี้ยง 36 กก./ตัว
Weight of pig produced น้ำหนักเฉลี่ยที่นำไปขาย 117 กก./ตัว
Feeding days per pig เฉลี่ยวันเลี้ยง 99 วัน
Average carcase weight per pig เฉลี่ยน้ำหนักซาก 89 กก./ตัว

*ค่ามาตรฐานของแต่ละที่มีความแตกต่างกันได้บ้าง

Wean-to-finish (7 – 110 kg)

ตัวชี้วัด ความหมาย ค่าเฉลี่ยมาตรฐาน
% Mortality % การตายสุกรอนุบาล 7 %
Feed conversion ratio (FCR) อัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นน้ำหนักตัว 1 kg 2.41
Average daily gain (ADG) อัตราการเติบโตเฉลี่ย 672 กรัม/วัน
Average weight at start น้ำหนักเฉลี่ยตอนเริ่มเลี้ยง 7.8 กก./ตัว
Weight of pig produced น้ำหนักเฉลี่ยที่นำไปขาย 116 กก./ตัว
Feeding days per pig เฉลี่ยวันเลี้ยง 163 วัน
Average carcase weight per pig เฉลี่ยน้ำหนักซาก 88 กก./ตัว

*ค่ามาตรฐานของแต่ละที่มีความแตกต่างกันได้บ้าง

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Performance index ในการผลิตสุกร

Performance index ในการเลี้ยงสุกรช่วยให้บริหารฟาร์มได้แม่นยำขึ้นอย่างไร

ช่วยในการตัดสินใจโดยการใช้ข้อมูล (Data-driven decision making) จากการวัดผลและประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงภายในฟาร์มโดยใช้ค่า index ต่างๆ เพื่อให้ได้วิธีการแก้ไขปัญหา หรือการวางแผนที่เหมาะสมกับฟาร์มตนเอง

ค่ามาตรฐานของดัชนีการผลิตสุกรมีอะไรบ้างที่ควรรู้

มีค่ามาตรฐานของดัชนีมากมาย แต่สิ่งที่ควรรู้แบ่งดัชนีออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆคือดัชนีด้านแม่พันธุ์ และดัชนีดด้านสุกรขุน ซึ่งอ้างอิงจากวิธีการเลี้ยงสุกรในปัจจุบันของไทย

ทำไมการตั้งเป้าหมายตาม Performance index ถึงสำคัญต่อความสำเร็จระยะยาว

การมีเป้าหมายชัดเจน และวัดผลได้จริงจะทำให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเห็นภาพชัดเจนในสิ่งที่จะต้องทำ ช่วยให้ฟาร์มวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบมากขึ้น จึงทำให้สามารถติดตามและประเมินผลได้ง่ายยิ่งขึ้นเนื่องจากทุกคนที่เกี่ยวข้องรู้หน้าที่ว่าต้องทำอะไร และทำเพื่ออะไร

ติดต่อสอบถาม
Writer:teenalytic
Share
Share
Share
Share
Print